บทที่ 5 ล้างหู

ตอน ล้างหู

2 สัปดาห์ต่อมา ตอนนี้ศรันย์ได้ออกจากโรงพยาบาลและกลับมานอนพักฟื้นที่บ้านแล้วโดยที่มีรสรินคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

“ของว่างค่ะคุณแม่” คุณนารินมาเยี่ยมลูกชายในช่วงบ่ายๆ ของวัน ส่วนสามีของท่านก็จะตามมาช่วงเย็นหลังเลิกงาน

“ขอบใจจ้ะ” ท่านพูดหลังจากที่รับถ้วยขนมหวานมาจากลูกสะใภ้

“หนูขอตัวไปล้างจานก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินออกไป รสรินทำทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่ทำอาหาร ทำงานบ้าน และก็ทำหน้าที่เป็นพยาบาลพิเศษให้สามีของเธอด้วย อันที่จริงศรันย์ก็เคยบอกให้เธอจ้างแม่บ้านกับแม่ครัว แต่หญิงสาวก็ให้เหตุผลไปว่าเธอเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ถ้าว่างเกินไปมันจะรู้สึกเบื่อหน่าย ดังนั้นหล่อนจึงยินดีจะทำทุกหน้าที่เพราะเป็นคนขยันอยู่แล้ว

“เป็นไงล่ะ ลูกสะใภ้ที่พ่อกับแม่เลือกมาให้ลูก ประเสริฐมากใช่มั้ย ดูแลลูกดีขนาดนี้”

พอได้ยินแบบนั้นศรันย์ก็ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้คุณแม่ เพราะทุกอย่างที่ท่านพูดมันเป็นเรื่องจริง รสรินดีกับเขามากจริงๆ แม้จะเหนื่อยแต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นเลย

“ดีมากจริงๆ ครับ” พูดจบก็ยิ้มหวานเสียจนคุณแม่เริ่มสงสัย เพราะไม่เคยเห็นลูกชายยิ้มกว้างขนาดนี้มาก่อนเวลาที่ท่านพูดถึงผู้หญิงคนอื่นให้ฟัง

“ดีมากแล้วลูกรักมั้ยล่ะ” คำถามนี้ทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้งและก็นิ่งเงียบไปเลย

“ไม่ใช่ว่าตกหลุมรักเขาไปแล้วนะเราน่ะ ใจง่ายจริงๆ เลยนะลูกชายแม่” ศรันย์เริ่มมีอาการเลิกลั่กขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น

“มะ...ไม่นี่ครับ ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบสักหน่อย แล้วทำไมผมถึงต้องดูใจง่ายล่ะครับ คนที่ตกหลุมรักคนอื่นเร็วคือคนใจง่ายเหรอครับ” เขาถามต่อเพราะไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรัก

“ฮ่าๆ แม่ล้อเล่นจ้ะ มันไม่เกี่ยวกับเรื่องใจง่ายหรือไม่ง่ายหรอก สำหรับแม่อ่ะนะการตกหลุมรักมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่คนบางคนก็ไม่รู้ตัว อย่างแม่กับพ่อก็ตกหลุมรักกันตั้งแต่ตอนที่เจอกันวันแรกด้วยซ้ำ รักกันตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันเลย” ท่านเล่าไปก็ยิ้มไป ส่วนคนที่นั่งฟังก็รู้สึกว่ามันน่าทึ่งมาก ถึงจะเคยได้ยินและได้เห็นคนมีความรักมาหลายคู่ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยได้สัมผัสจริงๆ ยังไงเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับรสริน แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกดีๆ หรือเป็นการตกหลุมรัก

“แม่ครับ จะว่าไปผมรู้สึกไม่ค่อยสบายหูเลย ล้างหูให้หน่อยได้มั้ย” เขากำลังอ้อนแม่ให้ล้างหูให้

“ไม่เอา...มีเมียแล้วก็ให้เมียล้างให้สิจ๊ะ” ท่านจงใจจะเปิดทางให้สองคนนี้ตกหลุมรักกันเร็วๆ

“โถ่...คุณแม่ ไม่เอาเกรงใจเขา” ว่าแล้วก็ทำหน้าหงอยๆ

“คนเป็นสามีภรรยาเขาไม่ต้องเกรงใจกันหรอกจ้ะ และอีกอย่างโรสเขาก็เป็นหมอ แม่คิดว่าเขาต้องมือเบากว่าแม่แน่นอน ลูกอาจจะเพลินจนหลับเลยล่ะ เดี๋ยวแม่จะไปบอกให้เขาทำให้นะ” ว่าแล้วคุณแม่ก็รีบเดินไปหารสรินในห้องครัวไม่รอฟังสิ่งที่ลูกชายกำลังจะพูดเลยสักนิด ทุกวันนี้รสรินดูแลเขาดีมากเกินไปจริงๆ ทั้งที่เธอเหม็นขี้หน้าเขาแท้ๆ แต่หญิงสาวก็ทำให้ตั้งแต่ เปลี่ยนผ้าอ้อม ทำความสะอาดเวลาที่เขาถ่ายของเสียออกมา เช็ดตัว ล้างแผล หาข้าวให้กิน ไม่เคยบ่นว่าเบื่อหน่ายหรือแสดงอาการไม่พอใจออกมา เธอดีเกินไปจนบางครั้งคนหน้าหนาอย่างเขาก็อดมีความรู้สึกเกรงใจขึ้นมาไม่ได้

คืนวันนั้น

“กับข้าวอร่อยมากเลยลูก เดี๋ยวแม่จะมาฝากท้องที่นี่บ่อยๆ นะ” คุณนารินพูดกับลูกสะใภ้

“ค่ะ มาทุกวันเลยก็ได้นะคะ” เธอตอบกลับ

“พ่อไปก่อนนะไอ้เสือ อย่าอ้อนเมียให้มากนักล่ะ” ทั้งที่เขาไม่เคยอ้อนแท้ๆ แต่บิดาก็อดแกล้งแซวไม่ได้

“โถ่...คุณพ่อ”

คุณพ่อคุณแม่พากันหัวเราะก่อนจะเดินออกไปจากบ้านหลังใหญ่ของลูกชายกับลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม ไม่นานรถคันหรูของพ่อแม่สามีก็ขับออกไป รสรินจึงกดรีโมทรั้วเพื่อปิดประตูและก็เดินไปล็อคประตูบ้าน ก่อนจะเข็นรถวีลแชร์ไปยังห้องนอนของศรันต์ที่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ด้านล่าง

“เช็ดตัวก่อนนะคะแล้วค่อยนอน”

“ครับ” พูดจบเธอก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาออกทุกชิ้น และก็รีบวิ่งไปเตรียมน้ำกับผ้าเช็ดตัวมา

มือเล็กบางกำลังค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดร่างกายให้สามีเธออย่างชำนาญ จริงอยู่ที่ว่าเธอเคยเห็นอวัยวะเพศชายของคนไข้มาก็เยอะแต่ก็ไม่เคยได้ดูแลใครเป็นอย่างดีขนาดนี้มาก่อนนอกจากบิดาแท้ๆ ของเธอ

แต่ว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนที่ช่วยชีวิตคุณพ่อ และทำให้ธุรกิจของครอบครัวฟื้นตัว ดังนั้นเธอจึงเต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อเขา หญิงสาวนำผ้าขนหนูไปชุบน้ำบิดให้แห้งหมาดๆ ส่งให้ศรันย์และจากนั้นเขาก็จัดการเช็ดอวัยวะเพสของตัวเองเหมือนทุกครั้ง

“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะแล้วจะรีบมาล้างหูให้” ว่าแล้วก็รีบเดินออกไปด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง ใจจริงเขาก็อยากจะปฏิเสธแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ถึงเกิดปากหนักขึ้นมากเสียอย่างนั้น

เวลาต่อมา

“อยู่เฉยๆ ก่อนนะคะฉันจะเอาหมอนออก” พูดจบเธอก็ใช้มือยกศรีษะของเขาขึ้นก่อนจะดึงหมอนออกไปและเข้าไปนั่งบนหัวเตียง

“ฮะ...ต้องนอนตักเลยเหรอ” เขาตกใจมากเพราะนอกจากแม่แล้ว ก็ไม่เคยนอนตักหรือให้ใครล้างหูให้

“ใช่ค่ะ ก็เราไม่มีเก้าอี้แบบร้านตัดผมนี่คะ ก็ต้องนอนตัก” เธอเองก็ไม่ได้อยากใกล้ชิดจนถึงขั้นให้เขานอนตักแบบนี้ แต่ว่าถ้าไม่นอนตักก็จะล้างหูไม่สะดวก ดังนั้นจึงต้องจำใจให้ชายที่ไม่ได้รักนอนตัก และหลังจากที่ศรีษะของเขาได้หนุนตักของเธอ หญิงสาวก็เริ่มทำการล้างหูให้เขาอย่างอ่อนโยน ค่อยๆ ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำยาปั่นไปมาในหูของเขาเบาๆ ศรันย์รู้สึกดีและเคลิบเคลิ้มมากจนบอกไม่ได้เลยว่าที่รู้สึกดีจนต้องหลับตานี้เพราะเพลินจากการที่ภรรยาล้างหูให้หรือรู้สึกดีที่ได้นอนตักของเธอกันแน่

ไม่กี่นาทีต่อมา

“คุณคะ...เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวเรียกสามีของเธอ หลังจากที่ล้างหูให้เขาเสร็จ

‘เคลิ้มจนหลับเลยเหรอเนี่ย’ เธอคิด ก่อนที่ศรันย์จะทำให้เธอตกใจด้วยการเขยิบขึ้นมา และพลิกตัวใช้แขนแข็งแกร่งโอบกอดเอวเธอไว้และใบหน้าของเขาก็กำลังคลอเคลียอยู่ที่หน้าท้องรสริน

“ขอกอดแปบ” อยู่ๆ ก็เกิดอยากจะอ้อนคุณหมอคนนี้ขึ้นมา ยามที่เธอทำอะไรแบบนี้ให้มันก็อดทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาไม่ได้ จนกล้าแม้กระทั่งแสดงอาการออดอ้อนกับคนที่ไม่ควรอ้อน

เพี๊ยะ!

“โอ๊ย!” มือขาวของเธอฟาดไปแรงๆ ที่แขนแกร่งนั้นทันที จนชายหนุ่มต้องรีบชักแขนทั้งสองกลับ

“ผมเจ็บนะ” เขาว่า

“เจ็บก็ดี ทีหลังจะได้ไม่กล้ามาทำมือปลาหมึกแบบนี้อีก” พูดจบเธอก็หันไปมองแรงใส่เขา ก่อนจะหยิบอุปกรณ์และเดินกลับห้องนอนของตัวเองด้วยท่าทางไม่พอใจที่ถูกชายหนุ่มทำตัวมือไวใส่

ต่างจากคนถูกตีถึงแม้จะเจ็บแขนแต่ว่าความรู้สึกอบอุ่นที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้ ความอ่อนโยนของเธอ มันทำให้เขาหยุดยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป